| บทเรียนพระคัมภีร์_ของประทานในเอเฟซัส4: ตอนที่2 ผู้เผยพระวจนะ |
|
|
|
| เขียนโดย Webmaster |
| วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2009 เวลา 21:11 น. |
|
บทเรียนพระคัมภีร์ เรื่อง ของประทานใน เอเฟซัส 4:11 ตอนที่ 2: ผู้เผยพระวจนะ (Prophets) โดย Webmaster www.christiancmu.com • ผู้เผยพระวจนะคือ ผู้เชื่อที่พูดภายใต้การดลใจโดยตรงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในนามของพระเจ้า และเป็นผู้ซึ่งความสนใจหลักอยู่ที่ชีวิตฝ่ายวิญญาณและความบริสุทธิ์ของคริสตจักร • ผู้เผยพระวจนะ เป็นผู้ที่ได้รับการยกขึ้นและมีฤทธิ์อำนาจที่มาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ภายใต้พันธสัญญาใหม่ ให้นำข่าวสารจากพระเจ้ามายังประชากรของพระองค์ • กจ. 2:17 “พระเจ้าตรัสว่าในวาระสุดท้าย เราจะเทฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณของเราโปรดประทานแก่มนุษย์ทั้งปวง บุตราบุตรีของท่านทั้งหลายจะกล่าวคำพยากรณ์ คนหนุ่มของท่านจะเห็นนิมิต และคนแก่จะฝันเห็น” • กจ. 4:8 “ขณะนั้นเปโตรประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์กล่าวแก่เขาว่า "ดูก่อน ท่านผู้ครอบครองพลเมืองและพวกผู้ใหญ่ทั้งหลาย” • กจ. 21:4 “เมื่อไปหาพวกสาวกพบแล้ว เราจึงพักอยู่ที่นั่นเจ็ดวัน สาวกได้เตือนเปาโลโดยพระวิญญาณ มิให้ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม” (1) ผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เดิมเป็นรากฐานของความเข้าใจในพันธกิจแห่งการเผยพระวจนะในคริสตจักรสมัยแรก- งานหลักของพวกเขาคือการกล่าวถ้อยคำของพระเจ้าโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อหนุนใจคนของพระองค์ให้รักษาความสัตย์ซื่อในความสัมพันธ์แห่งพันธสัญญา รวมทั้งพยากรณ์ถึงอนาคตตามที่พระวิญญาณได้ทรงสำแดงแก่เขา- พระเยซูคริสต์และเหล่าอัครทูต ได้เป็นตัวอย่างของผู้เผยพระวจนะตามแนวความคิดของพระคัมภีร์เดิม - กจ.3:22-23 “22โมเสสได้กล่าวไว้ว่า "พระเจ้าของท่านทั้งหลาย จะทรงโปรดประทานผู้เผยพระวจนะคนหนึ่ง เหมือนอย่างเราให้แก่ท่านจากจำพวกพี่น้องของท่าน ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังผู้นั้นในสิ่งสารพัดซึ่งพระองค์จะได้ตรัสแก่ท่าน 23ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดไม่เชื่อฟังผู้เผยพระวจนะผู้นั้น เขาจะต้องถูกตัดขาดให้พินาศไปจากชนชาติของพระเจ้า” - กจ.13:1-2 “1คราวนั้นในคริสตจักรที่อยู่ในเมืองอันทิโอก มีบางคนที่เป็นผู้พยากรณ์และอาจารย์ มีบารนาบัส สิเมโอนที่เรียกว่านิเกอร์ กับลูสิอัสชาวเมืองไซรีน มานาเอนผู้ได้รับการเลี้ยงดูเติบโตขึ้นด้วยกันกับเฮโรดเจ้าเมือง และเซาโล 2เมื่อคนเหล่านั้นกำลังนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าและถืออดอาหาร พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ตรัสสั่งว่า "จงตั้งบารนาบัสกับเซาโลไว้สำหรับการซึ่งเราเรียกให้เขาทำนั้น" (2) ผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์ใหม่ มีบทบาทดังต่อไปนี้ก) เป็นผู้ประกาศและผู้แปลความพระวจนะของพระเจ้าที่เต็มล้นด้วยพระวิญญาณ ถูกเรียกโดยพระเจ้าเพื่อให้ตักเตือน แนะนำ หนุนใจ และปรับปรุงแก้ไขประชากรของพระองค์o กจ.2:14-36 – เตือนและหนุนใจให้กลับใจใหม่o กจ.3:12-26 – แนะนำและหนุนใจให้กลับใจใหม่ o 1คร.12:10 “และให้อีกคนหนึ่งทำการอิทธิฤทธิ์ต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งเผยพระวจนะได้ และให้อีกคนหนึ่งรู้จักสังเกตวิญญาณต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งพูดภาษาแปลกๆ และให้อีกคนหนึ่งแปลภาษานั้นๆ ได้” o 1คร.14:3 “ฝ่ายผู้ที่เผยพระวจนะนั้น พูดกับมนุษย์ทำให้เขาเจริญขึ้น เป็นที่หนุนจิตชูใจ” ข) เป็นผู้ใช้ของประทานการเผยพระวจนะค) เป็นผู้บอกกล่าวถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตo กจ.11:28 “ฝ่ายผู้หนึ่งในจำนวนนั้นชื่ออากาบัส ได้ลุกขึ้นกล่าวโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ว่า จะบังเกิดการกันดารอาหารมากยิ่งทั่วแผ่นดินโลก การกันดารอาหารนั้น ได้บังเกิดขึ้นในรัชสมัยจักรพรรดิคลาวดิอัส”o กจ.21:10-11 “10ครั้นเราอยู่ที่นั่นหลายวันแล้ว มีชายผู้ทำนายคนหนึ่งลงมาจากแคว้นยูเดียชื่ออากาบัส 11ครั้นมาถึงเรา เขาก็เอาเครื่องคาดเอวของเปาโล ผูกมือและเท้าของตนกล่าวว่า "พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสดังนี้ว่า "พวกยิวในกรุงเยรูซาเล็ม จะผูกมัดคนที่เป็นเจ้าของเครื่องคาดเอวนี้ อย่างนี้มอบไว้ในมือของคนต่างชาติ” ง) เช่นเดียวกับผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เดิม ผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์ใหม่ถูกเรียกมาเพื่อเปิดเผยความบาป ประกาศความชอบธรรม เตือนถึงการพิพากษาที่จะเกิดขึ้น และต่อสู้กับโลกียวิสัยและการขาดความกระตือรือร้นท่ามกลางผู้เชื่อo ลก.1:14-17 “14ท่านจะมีความปรีดาและยินดี และคนเป็นอันมากจะเปรมปรีดิ์ที่บุตรนั้นบังเกิดมา 15เพราะว่าเขาจะเป็นใหญ่จำเพาะพระเจ้า เขาจะไม่กินน้ำองุ่นหมักและเหล้าเลย และจะประกอบไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตั้งแต่ครรภ์มารดา 16เขาจะนำพงศ์พันธุ์อิสราเอลหลายคนให้หันกลับมาหาพระเจ้าของเขาทั้งหลาย 17เขาจะนำหน้าพระองค์โดยน้ำใจและฤทธิ์เดชของเอลียาห์ ให้พ่อกลับคืนดีกับลูก และคนดื้อด้านให้กลับได้ปัญญาของคนชอบธรรม เพื่อจัดเตรียมชนชาติหนึ่งไว้ให้สมแก่พระเจ้า"o เนื่องจากข่าวสารของผู้เผยพระวจนะเป็นข่าวสารแห่งความชอบธรรม จึงเป็นที่คาดเดาได้ว่าพวกเขาจะถูกปฏิเสธจากคนจำนวนหนึ่งในคริสตจักรตลอดช่วงเวลาแห่งการเฉื่อยชาฝ่ายวิญญาณและการละทิ้งพระศาสนา (3) ลักษณะ ภาระหน้าที่ ความปรารถนา และความสามารถของผู้เผยพระวจนะ ได้แก่...ก) ความกระตือรือร้นต่อความบริสุทธิ์ของคริสตจักรo ยน.17:15-17 “15ข้าพระองค์ไม่ได้ขอให้พระองค์เอาเขาออกไปจากโลก แต่ขอปกป้องเขาไว้ ให้พ้นจากมารร้าย 16เขาไม่ใช่ของโลก เหมือนดังที่ข้าพระองค์ไม่ใช่ของโลก 17ขอทรงโปรดชำระเขาให้บริสุทธิ์ด้วยความจริง พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง”o 1คร.6:9-11 “9ท่านไม่รู้หรือว่า คนอธรรมจะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า อย่าหลงเลย คนล่วงประเวณี คนถือรูปเคารพ คนผิดผัวเมียเขา ลูกสวาท ชายเล่นลูกสวาท 10คนขโมย คนโลภ คนขี้เมา คนปากร้าย คนฉ้อโกง จะไม่ได้รับส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า 11แต่ก่อนมีบางคนในพวกท่านเป็นคนอย่างนั้น แต่ท่านได้รับการชำระแล้วได้รับการทำให้บริสุทธิ์แล้ว ได้รับการทำให้เป็นผู้ชอบธรรมในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้า และพระวิญญาณแห่งพระเจ้าของเรา” o กท.5:22-25 “22ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ 23ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย 24ผู้ที่อยู่ฝ่ายพระเยซูคริสต์ได้เอาเนื้อหนังกับความอยาก และตัณหาของเนื้อหนังตรึงไว้ที่กางเขนแล้ว 25ถ้าเรามีชีวิตอยู่โดยพระวิญญาณก็จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณด้วย” ข) มีความไวอย่างมากต่อสิ่งชั่วร้าย มีความสามารถในการแยกแยะและเกลียดชังสิ่งที่ไม่ชอบธรรมo รม.12:9 “จงรักด้วยใจจริง จงเกลียดชังสิ่งที่ชั่ว จงยึดมั่นในสิ่งที่ดี”o ฮบ.1:9 “พระองค์ทรงรักความชอบธรรม และทรงเกลียดอธรรม ฉะนั้นพระเจ้า คือ พระเจ้าของพระองค์ได้ทรงเจิมพระองค์ไว้ ด้วยน้ำมันแห่งความยินดียิ่งกว่าพระสหายทั้งปวงของพระองค์” ค) มีความแหลมคมในความเข้าใจถึงอันตรายของครูสอนผิดo มธ.7:15 “ท่านทั้งหลาย จงระวังผู้เผยพระวจนะเท็จ ที่มาหาท่านนุ่งห่มดุจแกะ แต่ภายในเขาร้ายกาจดุจหมาป่า”o มธ.24: 11, 24 “11ผู้เผยพระวจนะปลอมหลายคนจะเกิดมีขึ้น และล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป 24ด้วยว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จ และผู้ทำนายเทียมเท็จหลายคนเกิดขึ้น ทำหมายสำคัญอันใหญ่และการมหัศจรรย์ ล่อลวงแม้ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรให้หลง ถ้าเป็นได้” o กท.1:9 “ตามที่เราได้พูดไว้ก่อนแล้ว บัดนี้ข้าพเจ้าพูดอีกว่า ถ้าผู้ใดประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่าน ที่ขัดกับข่าวประเสริฐซึ่งท่านได้รับไว้แล้ว ผู้นั้นจะต้องถูกแช่งสาป” o 2คร.11:12-15 “12สิ่งใดที่ข้าพเจ้าทำ ข้าพเจ้าก็จะทำต่อไป เพื่อไม่ให้คนเหล่านั้นมีโอกาสที่จะพูดอวดได้ว่า งานที่เขาทำนั้นเป็นงานแบบเดียวกับของเรา 13เพราะคนอย่างนั้นเป็นอัครทูตเทียม เป็นคนงานที่หลอกลวงปลอมตัวเป็นอัครทูตของพระคริสต์ 14การกระทำเช่นนั้นไม่แปลกประหลาดเลย ถึงซาตานเองก็ยังปลอมตัวเป็นทูตแห่งความสว่างได้ 15เหตุฉะนั้นจึงไม่เป็นการแปลกอะไรที่คนรับใช้ของซาตาน จะปลอมตัวเป็นคนรับใช้ของความชอบธรรม ท้ายที่สุดของเขาจะเป็นไปตามการกระทำของเขา” ง) ดำเนินชีวิตในพระวจนะของพระเจ้า สามารถชันสูตรคำของผู้เผยพระวจนะได้o ลก.4:17-21 “17เขาจึงส่งพระคัมภีร์อิสยาห์ผู้เผยพระวจนะให้แก่พระองค์ เมื่อพระองค์ทรงคลี่หนังสือนั้นออก ก็ค้นพบข้อที่เขียนไว้ว่า 18พระวิญญาณแห่งพระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ให้ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ 19และให้ประกาศปีแห่งความโปรดปรานของพระเป็นเจ้า 20แล้วพระองค์ทรงม้วนหนังสือส่งคืนให้แก่เจ้าหน้าที่ แล้วทรงนั่งลง และตาของคนทั้งปวงในธรรมศาลาก็เพ่งดูพระองค์ 21พระองค์จึงเริ่มตรัสแก่เขาว่า "คัมภีร์ตอนนี้ที่ท่านได้ยินกับหูของท่านก็สำเร็จในวันนี้แล้ว"o 1คร.15:3-4 “3เรื่องซึ่งข้าพเจ้ารับไว้นั้น ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านทั้งหลาย เป็นเรื่องสำคัญที่สุดคือว่าพระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์ เพราะบาปของเราทั้งหลาย ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ 4และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาใหม่ ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์นั้น” o 1ยอห์น 4:1 "ท่านที่รักทั้งหลาย อย่าเชื่อวิญญาณเสียทุกๆ วิญญาณ แต่จงพิสูจน์วิญญาณนั้นๆ ว่ามาจากพระเจ้าหรือไม่ เพราะว่ามีผู้พยากรณ์เท็จเป็นอันมากจาริกไปในโลก" จ) ห่วงใยในความสำเร็จฝ่ายวิญญาณของอาณาจักรพระเจ้าและมีส่วนร่วมในการแบ่งปันภาระใจของพระองค์o มธ.21:11-13 “11ฝูงชนก็ตอบว่า "นี่คือเยซูผู้เผยพระวจนะ ซึ่งมาจากนาซาเร็ธแคว้นกาลิลี" 12พระเยซูจึงเสด็จเข้าไปในบริเวณพระวิหารของพระเจ้า ทรงขับไล่บรรดาผู้ซื้อขายในบริเวณพระวิหารนั้น และคว่ำโต๊ะผู้รับแลกเงิน กับทั้งคว่ำม้านั่งผู้ขายนกพิราบเสีย 13พระองค์ตรัสกับเขาว่า "มีพระวจนะเขียนไว้ว่า นิเวศของเราเขาจะเรียกว่า เป็นนิเวศอธิษฐาน แต่เจ้าทั้งหลายมากระทำให้เป็น ถ้ำของพวกโจร”o มธ.23:37 “โอ เยรูซาเล็มๆ ที่ได้ฆ่าบรรดาผู้เผยพระวจนะ และเอาหินขว้างผู้ที่รับใช้มาหาเจ้าถึงตาย เราใคร่จะรวบรวมลูกของเจ้าไว้เนืองๆ เหมือนแม่ไก่กกลูกอยู่ใต้ปีกของมัน แต่เจ้าไม่ยอมเลยหนอ” o กจ.20:27-31 “27เพราะว่าข้าพเจ้ามิได้ย่อท้อ ในการกล่าวเรื่องพระดำริของพระเจ้าทั้งสิ้นให้ท่านทั้งหลายฟัง 28ท่านทั้งหลายจงระวังตัวให้ดี และจงรักษาฝูงแกะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงตั้งท่านไว้ให้เป็นผู้ดูแล และเพื่อจะได้ปกครองคริสตจักรขององค์พระผู้เป็นเจ้า ที่พระองค์ทรงได้มาด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง 29ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่า เมื่อข้าพเจ้าไปแล้วจะมีสุนัขป่าอันร้ายเข้ามาในหมู่พวกท่าน และจะไม่ละเว้นฝูงแกะไว้เลย 30จะมีบางคนในหมู่พวกท่านเองกล่าวผันแปรความจริง เพื่อจะชักชวนพวกสาวกให้หลงตามเขาไป 31เหตุฉะนั้นจงตื่นตัวอยู่ และจำไว้ว่าข้าพเจ้าได้สั่งสอนเตือนสติท่านทุกคนด้วยน้ำตาไหล ทั้งกลางวันกลางคืนตลอดสามปีมิได้หยุดหย่อน” (4) ถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะไม่ได้ถูกถือว่าไม่มีข้อผิดพลาด- ถ้อยคำต่างๆ ของผู้เผยพระวจนะจะต้องถูกประเมินโดยคริสตจักร ผู้เผยพระวจนะคนอื่นๆ และพระวจนะของพระเจ้า- คริสตจักรจะต้องวินิจฉัยและตรวจสอบว่าคำเผยพระวจนะนั้นมาจากพระเจ้าหรือไม่ - 1คร.14:29-33 “29ฝ่ายพวกผู้เผยพระวจนะนั้นให้พูดสองคนหรือสามคน และให้คนอื่นวินิจฉัยข้อความที่เขาพูดนั้น 30ถ้ามีสิ่งใดทรงสำแดงแก่คนอื่นที่นั่งอยู่ด้วยกัน ให้คนแรกนั้นนิ่งเสียก่อน 31เพราะว่าท่านเผยพระวจนะได้ทีละคน เพื่อให้ทุกคนได้ความรู้ และได้รับความหนุนใจ 32วิญญาณของพวกผู้เผยพระวจนะนั้น ย่อมอยู่ในบังคับพวกผู้เผยพระวจนะ 33เพราะว่าพระเจ้าไม่ใช่พระเจ้าแห่งการวุ่นวาย แต่ทรงเป็นพระเจ้าแห่งสันติสุข ตามที่ปฏิบัติกันอยู่ในคริสตจักรแห่งธรรมิกชนนั้น” - 1ยน.4:1 "ท่านที่รักทั้งหลาย อย่าเชื่อวิญญาณเสียทุกๆ วิญญาณ แต่จงพิสูจน์วิญญาณนั้นๆ ว่ามาจากพระเจ้าหรือไม่ เพราะว่ามีผู้พยากรณ์เท็จเป็นอันมากจาริกไปในโลก" (5) ผู้เผยพระวจนะยังคงจำเป็นต่อพระประสงค์ของพระเจ้าในคริสตจักรปัจจุบัน- คริสตจักรที่ปฏิเสธผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าจะกลายเป็นคริสตจักรที่เสื่อมถอย ไหลไปตามโลกียวิสัย และประนีประนอมต่อหลักการแห่งพระวจนะ- 1คร.14:3 “ฝ่ายผู้ที่เผยพระวจนะนั้น พูดกับมนุษย์ทำให้เขาเจริญขึ้น เป็นที่หนุนจิตชูใจ” - ลก.11:49 “เหตุฉะนั้นพระปัญญาของพระเจ้าตรัสว่า "เราจะใช้พวกผู้เผยพระวจนะและอัครทูตไปหาเขา และเขาจะฆ่าเสียบ้างและเคี่ยวเข็ญบ้าง” - กจ.7:51-52 51"โอ คนชาติหัวแข็งใจดื้อหูตึง ท่านทั้งหลายขัดขวางพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่เสมอ บรรพบุรุษของท่านทำอย่างไร ท่านก็ทำอย่างนั้นด้วย 52มีใครบ้างในพวกผู้เผยพระวจนะซึ่งบรรพบุรุษของท่านมิได้ข่มเหง และเขาได้ฆ่าบรรดาคนที่พยากรณ์ถึงการเสด็จขององค์ผู้ชอบธรรม บัดนี้ท่านทั้งหลายได้อายัดพระองค์ไว้และฆ่าเสีย” - หากผู้เผยพระวจนะไม่ได้รับอนุญาตให้นำพระวจนะแห่งการว่ากล่าวและเตือนสติ พระวจนะที่มาโดยฉับพลันโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระวจนะแห่งการเปิดเผยความบาปและความไม่ชอบธรรม มายังคริสตจักร คริสตจักรนั้นจะกลายเป็นที่ที่จะไม่ได้สินเสียงของพระเจ้าได้อีกเลย - ยน.16:8-11 “8เมื่อพระองค์นั้นเสด็จมาแล้ว พระองค์จะทรงกระทำให้โลกรู้แจ้งในเรื่องความผิด ความชอบธรรม และการพิพากษา 9ในเรื่องความผิดนั้น คือเพราะเขาไม่วางใจในเรา 10ในเรื่องความชอบธรรมนั้น คือเพราะเราไปหาพระบิดา และท่านทั้งหลายจะไม่เห็นเราอีก 11ในเรื่องการพิพากษานั้น คือ เพราะเจ้าโลกนี้ถูกพิพากษาแล้ว” - นโยบายกฎเกณฑ์ของคริสตจักรและอำนาจแบบโลกจะมาแทนที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ - 2ทธ.3:1-9 “1แต่จงเข้าใจข้อนี้ คือว่าในสมัยจะสิ้นยุคนั้น จะเกิดเหตุการณ์กลียุค 2เพราะมนุษย์จะเห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน เย่อหยิ่ง ยโส ชอบด่าว่า ไม่เชื่อฟังคำบิดามารดา อกตัญญู ไร้ศีลธรรม 3ไร้มนุษยธรรม ไม่ให้อภัยกัน ใส่ร้ายกัน ไม่ยับยั้งชั่งใจ ดุร้าย เกลียดชังความดี 4ทรยศ มุทะลุ หัวสูง รักความสนุกยิ่งกว่ารักพระเจ้า 5ถือศาสนาแต่เปลือกนอก ส่วนแก่นแท้ของศาสนาเขาไม่ยอมรับ คนเช่นนั้นท่านอย่าคบ 6เพราะในบรรดาคนเหล่านั้น มีคนที่แอบไปตามบ้าน แล้วลวงหญิงที่เบาปัญญาหนาด้วยบาป และหลงใหลไปด้วยตัณหาต่างๆ ไปเป็นเชลย 7หญิงพวกนี้จะฟังทุกคนที่พูด แต่ไม่อาจที่จะเข้าถึงหลักแห่งความจริงได้เลย 8ยันเนสกับยัมเบรส์ได้ต่อต้านโมเสสฉันใด คนเหล่านี้ก็ต่อต้านความจริงฉันนั้น เขาเป็นคนใจทราม และในเรื่องความเชื่อนั้นเขาใช้ไม่ได้เลย 9แต่เขาจะไปได้ไม่กี่น้ำ เพราะความโง่ของเขาจะปรากฏแก่คนทั้งปวง เช่นเดียวกับความโง่ของชายสองคนนั้น” - 2ทธ.4:3-5 “3เพราะจะถึงเวลาที่คนจะทนต่อคำสอนที่มีหลักไม่ได้ แต่เขาจะรวบรวมครูไว้ให้สอนในสิ่งที่เขาชอบฟัง เพื่อบรรเทาความอยาก 4เขาจะเลิกฟังความจริง และจะหันไปฟังเรื่องนิยายต่าง ๆ 5แต่ท่านจงหนักแน่นมั่นคง จงอดทนต่อความทุกข์ยากลำบาก จงทำหน้าที่ของผู้ประกาศข่าวประเสริฐ และจงกระทำพันธบริการของท่านให้สำเร็จ” - 2ปต.2:1-3 “1แต่ว่าได้มีคนที่ปลอมตัวเป็นผู้เผยพระวจนะเกิดขึ้นในชนชาตินั้น เช่นเดียวกับที่จะมีผู้สอนผิดเกิดขึ้นในพวกท่านทั้งหลาย ซึ่งจะลอบเอามิจฉาลัทธิอันจะให้ถึงความพินาศเข้ามาเสี้ยมสอน จนถึงกับปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ได้ทรงไถ่เขาไว้ ซึ่งจะทำให้เขาพินาศโดยเร็วพลัน 2จะมีคนหลายคนประพฤติชั่วตามอย่างเขาและเพราะคนเหล่านั้นเป็นเหตุ ทางของสัจจะจะถูกกล่าวร้าย 3และด้วยใจโลภเขาจะกล่าวตลบตะแลงค้ากำไรจากท่านทั้งหลาย การลงโทษคนเหล่านั้นที่ได้ถูกพิพากษานานมาแล้วจะไม่เนิ่นช้า และความวิบัติที่จะเกิดกับเขาก็หาสลายไปไม่” - หากคริสตจักรและคณะผู้นำฟังเสียงของผู้เผยพระวจนะ ก็จะนำมาซึ่งชีวิตที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงและมีความสัมพันธ์ที่ได้ขึ้นกับพระเจ้า ความบาปจะถูกละทิ้ง และจะเห็นการทรงสถิตของพระเจ้าท่ามกลางคริสตจักร - 1คร.14:3 “ฝ่ายผู้ที่เผยพระวจนะนั้น พูดกับมนุษย์ทำให้เขาเจริญขึ้น เป็นที่หนุนจิตชูใจ” - 1ธส.5:19-21 “19อย่าดับพระวิญญาณ 20อย่าประมาทคำเผยข้อลับลึก 21จงพิสูจน์ทุกสิ่ง สิ่งที่ดีนั้นจงยึดถือไว้ให้มั่น” - วว.3:20-22 “20นี่แน่ะ เรายืนเคาะอยู่ที่ประตู ถ้าผู้ใดได้ยินเสียงของเราและเปิดประตู เราจะเข้าไปหาผู้นั้นและจะรับประทานอาหารร่วมกับเขา และเขาจะรับประทานอาหารร่วมกับเรา 21ผู้ใดมีชัยชนะ เราจะให้ผู้นั้นนั่งกับเราบนพระที่นั่งของเรา เหมือนกับที่เรามีชัยชนะแล้ว และได้นั่งกับพระบิดาของเราบนพระที่นั่งของพระองค์ 22ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความซึ่งพระวิญญาณได้ตรัสไว้แก่คริสตจักรทั้งหลายเถิด” ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.) |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2009 เวลา 21:32 น. |















