Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_คริสเตียนกับการแช่งสาป

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 11 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday92
mod_vvisit_counterYesterday192
mod_vvisit_counterThis week92
mod_vvisit_counterLast week1372
mod_vvisit_counterThis month3670
mod_vvisit_counterLast month4823
mod_vvisit_counterAll days120271
สมาชิก : 409
Content : 174
เว็บลิงก์ : 11
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 150462

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

jesus speaking to the woman in the crowd who touc.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


ลงโฆษณาบนเว็บ

สนใจประชาสัมพันธ์สินค้าคริสเตียนบนเว็บ เช่น หนังสือ VCD DCD ของที่ระลึก ฯลฯ

ติดต่อที่ christiancmu@gmail.com

บทเรียนพระคัมภีร์_คริสเตียนกับการแช่งสาป PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันพุธที่ 16 กันยายน 2009 เวลา 14:01 น.

บทเรียนพระคัมภีร์
เรื่อง คริสเตียนกับการแช่งสาป

โดย Webmaster ของ www.christiancmu.com 

คำนำ
- คำว่า “การแช่งสาป” เป็นคำที่มาจากภาษาฮีบรูหลายคำ ได้แก่ 'alah (อาลาห์)(กดว. 5:21,23,27, ฯลฯ), me'erah (เมเอร่อ) (สภษ. 3:33; มลค. 2:2, ฯลฯ), qelalah (เคลอาล่อ)(ปฐก. 27:12-13); และจากภาษากรีกว่า katara (คาอารา)(กท. 3:10,13) ซึ่งคำเหล่านี้บางคำก็เป็นคำนาม บางคำก็เป็นคำกริยา บางคำก็มีคำพ้องที่มีความหมายคล้ายคลึงกันอยู่หลายคำ แตกต่างกันแต่เพียงระดับของความรุนแรง
- มีตัวอย่างของการแช่งสาปมากมายในพระคัมภีร์ เช่น พระเจ้าทรงสาปแช่งงูที่ล่อลวงเอวา(ปฐก.3:14) สาปแช่งคาอินที่ฆ่าน้องชายของตนเอง(ปฐก.4:11) พระองค์ทรงสัญญาอับราฮัมว่าจะทรงสาปคนที่สาปแช่งเขา(ปฐก.12:3) หรือเราได้เห็นตัวอย่างที่คนของพระเจ้าทำการสาปแช่ง เช่น โนอาห์สาปแช่งคานาอัน(ปฐก.9:25) อิสอัคแช่งสาปทุกคนที่สาปแช่งยาโคบ(ปฐก.27:29) ผู้พยากรณ์บาลาอัมถูกจ้างโดยบาลาคกษัตริย์ของโมอับให้สาปแช่งคนอิสราเอล(กดว.22-24) โกลิอัท “แช่งด่าดาวิด ออกนามพระของตน”(1ซมอ.17:43) เป็นต้น
- เราจะเห็นว่ามีการแช่งสาปในหลายเหตุการณ์และหลายลักษณะ ซึ่งเราจะได้ดูหลักการพระคัมภีร์ทั้งหมดว่าการแช่งสาปนั้นเกี่ยวข้องกับคริสเตียนอย่างไร

เนื้อหาบทเรียน

1. นิยามของการแช่งสาป    

• เราสามารถให้ความหมายของการแช่งสาปได้ว่า “การอธิษฐานขอ(อาจจะต่อพระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ที่ผู้ทำการแช่งสาปเชื่อ) ความเสียหาย ภัยอันตราย ความทุกข์ยาก ให้เกิดขึ้นกับบางคน”
• ปฐมกาล 9:25 (โนอาห์)จึงพูดว่า "คานาอันจงถูกแช่ง ให้เป็นทาสแสนเลวของพี่น้อง"
• ปฐมกาล 27:29 “ขอให้ชนชาติทั้งหลายรับใช้เจ้า ขอให้ประชาชาติกราบไหว้เจ้า ขอให้เป็นเจ้านายเหนือพี่น้อง และบุตรชายมารดาของเจ้ากราบไหว้เจ้า ผู้ใดแช่งสาปเจ้าก็ขอให้ผู้นั้นถูกสาป และผู้ใดอวยพรเจ้าก็ขอให้ผู้นั้น ได้รับพร"


• การแช่งสาปในสมัยพระคัมภีร์ ไม่เหมือนการด่าทอกันด้วยภาษาหยาบคายดังที่คนบาปในยุคปัจจุบันทำกัน การแช่งสาปในสมัยพระคัมภีร์เป็นที่ถือกันว่ามีอำนาจเหนือชีวิตของคนที่ถูกแช่ง จนสิ่งร้ายที่แช่งด่านั้นต้องเกิดขึ้นแก่เขาอย่างแน่นอน
• กดว.22:6 “ขอเชิญมาเถิด ขอสาปแช่งชนชาตินี้ให้แก่ข้าพเจ้า เพราะเขาเข้มแข็งกว่าข้าพเจ้ามาก ชะรอยข้าพเจ้าจะสามารถรบชนะเขาและขับไล่เขาออกไปจากแผ่นดินของข้าพเจ้าได้ เพราะข้าพเจ้าทราบอยู่ว่า ถ้าท่านอวยพรแก่ผู้ใดผู้นั้นจะเป็นไปตามพรนั้น และท่านสาปแช่งผู้ใดผู้นั้นก็ถูกสาปแช่ง" – บาลาคเชื่อว่าหากบาลาอัมสาปแช่งอิสราเอล จะช่วยให้โมอับรบชนะ

2. การแช่งสาปของพระเจ้ากับการแช่งสาปของมนุษย์   

• การแช่งสาปของพระเจ้าแตกต่างจากการแช่งสาปของมนุษย์ เมื่อพระเจ้าแช่งสาปผู้ใดหรือสิ่งใดนั่นคือการกล่าวโทษต่อผู้นั้นหรือสิ่งนั้นและเขาต้องถูกพิพากษา ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน กล่าวโดยสรุปคือเป็นการลงโทษความบาปนั่นเอง
• ปฐก.3:14 “พระเจ้าจึงตรัสแก่งูว่า "เพราะเหตุที่เจ้าทำเช่นนี้ เจ้าจะต้องถูกสาปแช่งมากกว่า สัตว์ใช้งานและสัตว์ป่าทั้งปวง จะต้องเลื้อยไปด้วยท้อง จะต้องกินผงคลีดินจนตลอดชีวิต”
• สภษ.3:33 “คำสาปของพระเจ้าอยู่บนเรือนของคนชั่วร้าย แต่พระองค์ทรงอำนวยพระพรแก่ที่อาศัยของคนชอบธรรม”
• ดนล.9:11 “เออ อิสราเอลทั้งผองได้กระทำผิดต่อธรรมบัญญัติของพระองค์ และได้หันไปเสียไม่เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์ และการสาปแช่งและการปฏิญาณ ซึ่งจารึกไว้ในธรรมบัญญัติของโมเสสผู้รับใช้ของพระเจ้า จึงถูกเทลงเหนือข้าพระองค์ทั้งหลาย เพราะว่าข้าพระองค์ทั้งหลายได้กระทำบาปต่อพระองค์”
• มัทธิว 25:41 “พระองค์จะตรัสกับบรรดาผู้ที่อยู่เบื้องซ้ายพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ‘ท่านทั้งหลายผู้ต้องแช่งสาปจงถอยไปจากเรา เข้าไปอยู่ในไฟซึ่งไหม้อยู่เป็นนิตย์ ซึ่งเตรียมไว้สำหรับมารร้ายและสมุนของมันนั้น’”
• ฮีบรู 6:7-8 7ด้วยว่าพื้นแผ่นดินแห่งใดที่ได้รับน้ำฝนอยู่เสมอ และเกิดมีพืชผักขึ้นให้ประโยชน์แก่คนทั้งหลาย ก็ได้รับพระพรจากพระเจ้า 8แต่ถ้าพื้นดินนั้นมีต้นหนามใหญ่และหนามย่อยเกิดขึ้น ก็ไร้ค่าจนเกือบจะถูกแช่งสาป แล้วในที่สุดก็จะถูกเผาไฟ”


• ส่วนการสาปแช่งของมนุษย์(ผู้เชื่อ)นั้นเป็นไปในลักษณะของคำพยากรณ์ ไม่มีความเป็นสากล เกี่ยวข้องเฉพาะกับผู้ที่ถูกกล่าวถึงเท่านั้น ซึ่งหมายถึงว่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการตอบสนองของผู้ที่เกี่ยวข้องในการแช่งสาปนั้น เช่นเมื่อโนอาห์สาปแช่งคานาอันและพงศ์พันธุ์ของเขาว่าให้เป็นทาส แต่ต่อมาเมื่อนางราหับชาวคานาอันได้หันกลับมาหาพระเจ้า ก็ได้รับการอวยพรและได้เป็นบรรพบุรุษคนหนึ่งของกษัตริย์ดาวิด
• มัทธิว 1:5 “สัลโมนมีบุตรชื่อโบอาสเกิดจากนางราหับ โบอาสมีบุตรชื่อโอเบดเกิดจากนางรูธ โอเบดมีบุตรชื่อเจสซี” – เจสซีเป็นบิดาของดาวิด
• ฮีบรู 11:31 “เพราะความเชื่อ ราหับหญิงแพศยาจึงมิได้พินาศไปพร้อมกับคนเหล่านั้นที่มิได้เชื่อ เพราะนางได้ต้อนรับคนสอดแนมเป็นอย่างดี”


• หรือเมื่อครั้งโยชูวาสาปแช่งเรื่องการสร้างเมืองเยรีโคขึ้นใหม่ คำสาปแช่งนี้จะบังเกิดผลก็ต่อเมื่อมีคนสร้างเมืองขึ้นเท่านั้น
• โยชูวา 6:26 “ในคราวนั้นโยชูวาให้คนทั้งหลายสาบานว่า ผู้ใดที่ลุกขึ้นสร้างเมืองนี้ใหม่คือเมืองเยรีโค ก็ให้ผู้นั้นได้รับคำสาปแช่งเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าผู้ใดวางรากลงก็ให้ผู้นั้นเสียบุตรหัวปี ผู้ใดตั้งประตูเมืองขึ้นก็ให้เสียบุตรสุดท้อง”
• สำเร็จใน 1พงศ์กษัตริย์ 16:34 “ในรัชกาลของพระองค์ฮีเอลชาวเบธเอลได้สร้างเมืองเยรีโค ท่านได้วางรากเมืองนั้นโดยต้องเสียอาบีรัมบุตรหัวปีของท่าน และตั้งประตูเมืองโดยต้องเสียเสกุบบุตรสุดท้องของท่านตามพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งพระองค์ตรัสโดยโยชูวาบุตรนูน”

3. คริสเตียนกับการแช่งสาป

• ดังที่กล่าวไปแล้วว่า การพิพากษาลงโทษของพระเจ้าต่อคนที่ไม่เชื่อฟังพระองค์ เรียกว่า การแช่งสาป ซึ่งตรงกันข้ามกับการตอบสนองพระองค์ด้วยการเชื่อฟังจะได้รับสิ่งที่เรียกว่า พระพร
• เฉลยธรรมบัญญัติ 30:19 "ข้าพเจ้าขออัญเชิญสวรรค์และโลกให้เป็นพยานต่อท่านในวันนี้ว่า ข้าพเจ้าตั้งชีวิตและความตาย พระพรและคำสาปแช่งไว้ต่อหน้าท่าน เพราะฉะนั้นท่านจงเลือกเอาข้างชีวิตเพื่อท่านและลูกหลานของท่านจะได้มีชีวิตอยู่”


• เปาโลได้สรุปว่าโดยทางธรรมบัญญัติแล้วไม่มีมนุษย์ผู้ใดที่จะรอดพ้นการแช่งสาปของพระเจ้าได้ เพราะมนุษย์เป็นคนบาป ไม่สามารถทำตามได้ครบถ้วนทุกข้อ
• กาลาเทีย 3:10 "เพราะว่าคนทั้งหลายซึ่งพึ่งการประพฤติตามธรรมบัญญัติ ก็ถูกแช่งสาป เพราะพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ทุกคนที่มิได้ประพฤติตามข้อความทุกข้อ ที่เขียนไว้ในหนังสือธรรมบัญญัติก็ถูกแช่งสาป"
• แต่โดยทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ผู้เชื่อได้ไม่อยู่ภายใต้การแช่งสาปของธรรมบัญญัติอีกต่อไป เพราะพระคริสต์รับการแช่งสาปแทนเขาแล้ว
• กาลาเทีย 3:13 “พระคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นความแช่งสาปแห่งธรรมบัญญัติ โดยการที่พระองค์ทรงยอมถูกแช่งสาปเพื่อเรา (เพราะพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ทุกคนที่ต้องถูกแขวนไว้บนต้นไม้ต้องถูกสาปแช่ง)"


จึงสามารถกล่าวโดยสรุปได้ว่า คริสเตียนไม่อยู่ภายใต้การแช่งสาปใดๆ อีกต่อไป เพราะพระเจ้าผู้ทรงอำนาจสูงสุดทรงไถ่เราจากการแช่งสาปแล้ว หากผู้ใดอ้างเรื่องการแช่งสาปเหนือชีวิตคริสเตียนเท่ากับผู้นั้นอ้างสิทธิอำนาจของตนสูงกว่าพระเจ้า -พูดง่ายๆ คือ พระเจ้ายังไม่แช่งเราเลย มนุษย์เป็นใครจะมาแช่งเราได้

 

ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า
ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.)