Home บทเรียนพระคัมภีร์ บทเรียนพระคัมภีร์_ความเชื่อคริสเตียนกับวิทยาศาสตร์ ตอนที่ 4

Member Login



Search

Who's online?

เรามี 9 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday91
mod_vvisit_counterYesterday192
mod_vvisit_counterThis week91
mod_vvisit_counterLast week1372
mod_vvisit_counterThis month3669
mod_vvisit_counterLast month4823
mod_vvisit_counterAll days120270
สมาชิก : 409
Content : 174
เว็บลิงก์ : 11
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 150456

Art Clock

เวลาประเทศไทย

Biblical Image

scenes from the life of nehemiah.gif
พันธกิจมานาประจำวัน
อาหารฝ่ายวิญญาณสำหรับคุณ...วันต่อวัน
ท่านชอบอะไรในเว็บของเรามากที่สุด
 

บทความที่คล้ายคลึงกัน

Guitar Chords

Guitar Chords


ลงโฆษณาบนเว็บ

สนใจประชาสัมพันธ์สินค้าคริสเตียนบนเว็บ เช่น หนังสือ VCD DCD ของที่ระลึก ฯลฯ

ติดต่อที่ christiancmu@gmail.com

บทเรียนพระคัมภีร์_ความเชื่อคริสเตียนกับวิทยาศาสตร์ ตอนที่ 4 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Webmaster   
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2009 เวลา 17:25 น.

บทเรียนพระคัมภีร์

เรื่อง ความเชื่อคริสเตียนกับวิทยาศาสตร์ ตอนที่ 4 "ความสับสนในโลกที่ไม่มีโลกทัศน์คริสเตียน"

โดย Webmaster ของ www.christiancmu.com 

ความสับสนในโลกที่ไม่มีโลกทัศน์คริสเตียน

เนื่องจากโลกในระยะ 3 ศตวรรษมานี้ เป็นโลกที่มีการโยกย้ายถ่ายเทเทคโนโลยีอย่างมากและมีการติดต่อคมนาคมก็สะดวกอย่างยิ่ง เราจะพบว่าความเจริญทางวิทยาศาสตร์ของผู้ที่อยู่แถบที่มีโลกทัศน์แบบคริสเตียน ได้ถูกนำไปแพร่หลายในโลกแถบที่มีโลกทัศน์อื่นๆ

     ผู้ที่มาจากโลกทัศน์อื่นๆ เมื่อไปเรียนในมหาวิทยาลัยตะวันตก ซึ่งมาจากพื้นฐานโลกทัศน์คริสเตียนก็รับเอาเทคโนโลยีและความรู้มา โดยไม่เข้าใจปรัชญาเบื้องหลังสิ่งที่เรียนมา เมื่อนำกลับมาใช้ในสังคมของตนหรือนำกลับมาสอน โดยจัดตั้งมหาวิทยาลัยในประเทศของตนขึ้นก็สอนเนื้อหาทฤษฎี แต่ไม่ได้นำปรัชญาคริสเตียนที่อยู่เบื้องหลังมาด้วย แต่ได้ละทิ้งไปเสีย การตรึกตรองอย่างลึกซึ้งจึงไม่เกิดขึ้น ทำให้เกิดปรากฏการณ์แยกกันระหว่างความเป็นนักวิทยาศาสตร์ในแวดวงวิชาการกับการเป็นคนเชื่อในโลกทัศน์เดิมเมื่อถอดเสื้อคลุมนักวิชาการออก


     เราจึงไม่ต้องแปลกใจที่เห็นนักวิชาการที่คิดว่าจะใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ในเวลาทำงานกลับกลายเป็นคนเชื่อโชคลางของขลังในเวลาเดียวกันได้อย่างหน้าตาเฉย เพราะโลกทัศน์ของเขามี 2 ส่วนที่ถูกจับแยกไว้คนละด้าน โดยไม่เคยพยายามนำมาประสานหาจุดยืนที่เด่นชัดและสอดคล้องกัน บุคคลเหล่านี้จึงเกิดพฤติกรรมที่ดูเหมือนคน 2 หน้า ในบางเวลาสวมหมวกของโลกทัศน์หนึ่ง แต่อีกเวลากลับสวมหมวกของอีกโลกทัศน์หนึ่ง

     ในบางโอกาสหรือบางเหตุการณ์ที่ 2 โลกทัศน์ (หรืออาจจะมากกว่าสองก็เป็นได้) มาบรรจบกันโดยไม่สามารถจับแยกได้ก็จะเกิดความสับสนขึ้นทางความคิดว่าตนจะยืนข้างใด เราจะสังเกตได้ว่าการยอมรับเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ตะวันตกเข้ามาในแถบที่มีโลกทัศน์ไม่ใช่คริสเตียนนั้นมีลักษณะแกนๆ อยู่บ้าง อยู่ในลักษณะวิทยาศาสตร์ไร้วิญญาณ การเรียนการสอนบางครั้งเป็นลักษณะการสอนอาชีพ (เช่นเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างไร ทำบัญชีอย่างไร ผ่าตัดอย่างไร ฯลฯ) โดยขาดวิญญาณการศึกษาอย่างแท้จริง ขาดการแสวงหาความหมายของชีวิต ขาดปรัชญาการเรียนรู้ที่แท้จริง ซึ่งมีส่วนต่อการดำเนินชีวิตของผู้เรียนผู้สอน การศึกษาจึงเป็นเพียงการหาช่องทางการเลี้ยงชีพแต่เพียงอย่างเดียว โดยที่การดำเนินชีวิตในสัจธรรมถูกทอดทิ้งไป เราจึงมักได้ยินคำว่า "...พานิชย์" บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน นั่นคือความรู้กลายเป็นช่องทางหาเงิน แต่ละเลยจรรยาบรรณของวิชาชีพไปเสีย

ขอให้พระเกียรติทั้งสิ้นจงมีแด่พระเจ้า

ไม่สงวนลิขสิทธิ์โดย Christian CMU (คริสเตียน มช.)

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 09 กันยายน 2009 เวลา 19:03 น.